www.kraisak.net

 
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
บทความที่น่าสนใจ

รายงาน คตน. บทที่ 1

อีเมล พิมพ์ PDF
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
Article Index
รายงาน คตน. บทที่ 1
หน้า #
หน้า #
ทุกหน้า
รายงานเบื้องต้น : คณะกรรมการอิสระตรวจสอบ ศึกษา และวิเคราะห์ การกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดให้โทษและการนำนโยบายไปปฏิบัติจนเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินของประชาชน (คตน.)
บทที่ ๑
บทนำ
กรณีเกิดคดีฆาตกรรมเป็นจำ นวนมากอย่างผิดปกติถึง ๒,๖๐๔ คดีในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน ๒๕๔๖ อันเป็นช่วงการ ประกาศสงครามขั้นแตกหักเพื่อเอาชนะยาเสพติด และมีจำนวน ผู้เสียชีวิตทั้งสิ้ น ๒,๘๗๓ คน โดยพบว่าเมื่อเปรียบเทียบคดีฆาตกรรมในช่วงเวลาเดียวกัน ในปี พ.ศ.๒๕๔๔,๒๕๔๕,๒๕๔๗ และ ๒๕๔๘ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนและหลัง พ.ศ. ๒๕๔๖ จะมีจำนวนคดีเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ ๘๗.๘๙ ต่อเดือนและมีข้อสรุปเบื้องต้นได้ว่า 
๑) เกิดคดีฆาตกรรมที่ผู้ตายมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวนมาก ถึง ๑,๑๘๗ คดี แต่จับกุมผู้ต้องหาได้เพียง  ๒๙ คดี   
๒) เกิดคดีฆาตกรรมที่มีสาเหตุมาจากเรื่องอื่นๆ เช่น ทะเลาะวิวาท ชู้สาว ประสงค์ต่อทรัพย์ ขัดแย้งทางธุรกิจฯลฯ ร วมถึงคดีฆาตกรรมที่ไม่ทราบสาเหตุ  จำนวน ๑,๓๗๒ คดี โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ ๕๓๑ คดี 
กรณีดังกล่าวนับเป็นการส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่ยึดถือหลักนิติรัฐเป็นสำคัญในการปกครองประเทศ เพราะการที่ประเทศไทยมีประชาชนถูกฆาตกรรมในจำนวนที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติในช่วงเวลาหนึ่ง รัฐต้องมีหน้าที่ในการตรวจสอบหาสาเหตุ มิฉะนั้นอาจถือได้ว่าเป็นการละเลยในการปฏิบัติตามหลักนิติรัฐได้ อีกทั้งกรณีดังกล่าวเป็นเหตุให้องค์กรระหว่างประเทศมีข้อห่วงใยต่อประเทศไทยและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ ไต่สวนดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ในข้อกล่าวหาที่ถูกเรียกว่า“การสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมในช่วงการดำเนินการปราบปรามยาเสพติด” ซึ่งคณะกรรมการประจำกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ( International Covenant on Civil and Political Rights-ICCPR ) เคยได้รับข้อร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชนดังกล่าว จากผู้เสียหาย ญาติ NGOs ฯลฯ ๒ และโดยหลักการพื้นฐานในการเคารพอธิปไตยของรัฐนั้นถือเป็นสิทธิและหน้าที่ของรัฐในลำดับแรก ที่จะต้องใช้อำนาจอธิปไตยของตนจัดการกับการกระทำที่เป็นความผิดภายในรัฐของตนด้วยหลักนิติธรรมดังนั้น รัฐบาลไทยจึงได้แสดงเจตจำนงต่อหน้าที่ในการตรวจสอบการกระทำของรัฐที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและขัดต่อหลักนิติธรรม โดยแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ในรูปแบบของคณะกรรมการอิสระที่ประกอบด้วยบุคคลที่มีความเป็นกลางและมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีภาพลักษณ์และมีบทบาทเป็นที่ยอมรับของสังคมทั้งในและต่างประเทศ
วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีจึงได้ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ ศึกษา และวิเคราะห์ การกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดและการนำนโยบายไปปฏิบัติจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินของประชาชนขึ้น ๓ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ยาเสพติด กระบวนการยุติธรรมและผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินนโยบายดังกล่าว ทั้งนี้ให้คณะกรรมการ จัดทำข้อเสนออันเป็นมาตรการป้องกันและแก้ไขเยียวยาต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายด้วย คณะกรรมการ
ดังกล่าวมีจำนวนทั้งหมด ๑๐ คน ประกอบด้วย
๑. นายคณิต ณ นคร ประธานกรรมการ
๒. นายจรัญ ภักดีธนากุล กรรมการ
๓. นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัน กรรมการ
๔. นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ กรรมการ
๕. นายกิตติ ลิ้มชัยกิจ กรรมการ
๖. พลตำรวจโทวันชัย ศรีนวลนัด กรรมการ
๗. นายอุดม รัฐอมฤต กรรมการ
๘. นายอุทัย อาทิเวช กรรมการ
๙. นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ กรรมการและเลขานุการ
๑๐. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ


 

พบประชาชน

stop wars peace02.jpg

พบปะเยี่ยมเยือน

pic3.jpg

ดูงานในพื้นที่