๙ ตุลาคม ๒๕๕๑
เมื่อเวลา ๐๙.๓๐ น. วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ประชุมหารือคณะทำงานติดตามสถานการณ์การชุมนุม ที่มีนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองเลขาธิการพรรค เป็นประธาน ร่วมกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคฯ และ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคฯ รวม ทั้งส.ส.ของพรรค โดยได้ประเมินสถานการณ์ล่าสุด พร้อมมีข้อสรุปดังนี้...
สถานการณ์ขณะนี้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลยังคงใช้ความพยายามจะอยู่ใน
อำนาจต่อไปโดยการใช้วิธีการบิดเบือนข้อเท็จจริงของสถานการณ์ผ่านสื่อมวลชนเพื่อเป็นการสร้างความชอบธรรมให้ตนเองทั้งๆที่นายกรัฐมนตรีหมดความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งไปแล้ว วิธีการดังกล่าวทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายมากขึ้น นอกจากการบิดเบือนข้อเท็จจริงแล้ว ยังโยนบาปตั้งข้อ กล่าวหาให้กับผู้ชุมนุมวิธีการดังกล่าวนับเป็นเงื่อนไขนำไปสู่ความแตกแยกรุนแรงมากขึ้นพรรคประชาธิปัตย์ จึงเห็นว่าการอยู่ในตำแหน่งต่อไปของนายกรัฐมนตรีเป็นปัญหาต่อการแก้ไขสถานการณ์ของบ้านเมือง ทั้งนี้การบิดเบือนข้อเท็จจริงของสถานการณ์ในขณะนี้กระทำโดย ๓ ฝ่าย กล่าวคือ
๑) โดยตัวนายกรัฐมนตรีเอง
๒)โดยตำรวจในกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่ได้รับมอบหมาย และ
๓ )โดยสื่อของรัฐบาล
สำหรับการบิดเบือนโดยตัวนายกรัฐมนตรี ได้กระทำใน ๓ ประเด็น คือ
๑) บิดเบือนข้อเท็จจริงว่า ก่อนเช้าวันที่ ๗ ตุลาคม กลุ่มผู้ชุมนุมจะยึดสภา จึงจำเป็นต้องเข้าสลาย การชุมนุมเปิดทางให้สมาชิกรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมรัฐสภาได้ ทั้งๆที่ในข้อเท็จจริงถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมประสงค์จะยึดก็สามารถบุกเข้ายึดได้ตั้งแต่คืนวันที่ ๖ ตุลาคมแล้ว
๒) บิดเบือนข้อเท็จจริงว่าการบาดเจ็บล้มตายที่เกิดขึ้น เป็นเพราะผู้ชุมนุมไม่ได้ชุมนุมโดยสงบและ สันติ แต่ใช้อาวุธต่อสู้กับตำรวจซึ่งเป็นเงื่อนไขนำไปสู่การตั้งข้อหากับกลุ่มผู้ชุมนุมรวมทั้ง เป็นการใส่ร้าย ว่าการบาดเจ็บล้มตายของผู้ชุมนุมเกิดจากอาวุธของฝ่ายผู้ชุมนุมเองทั้งที่ไม่มีรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจากระเบิดปิงปองของผู้ชุมนุมแต่อย่างใด
๓)บิดเบือนความจริงต่อต่างประเทศโดยการนำเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จให้กับสถานทูตไทยและกงสุลไทยในต่างประเทศว่ามีผู้บาดเจ็บเพียง ๖๘ ราย และ ไม่มีผู้เสียชีวิตซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้รับการปฏิเสธจากสถานทูตไทยหลายแห่งว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริงจนสถานทูตไทยในบางประเทศปฏิเสธที่จะนำข้อมูลอันเป็นเท็จดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อ
นอกจากนั้นนายกรัฐมนตรียังยืนยันว่าการสลายการชุมนุมเป็นวิธีการสากล ทั้งยังยกย่องตำรวจว่าเป็นวีรบุรุษซึ่งยิ่งเพิ่มกระแสความไม่พอใจของคนในสังคมมากขึ้นไปอีก
พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีความชอบธรรม การอยู่ในตำแหน่งต่อไปไม่อาจแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้อีกแล้ว สอดคล้องกับความเห็นของอธิการบดี ๓๐ สถาบัน, น.พ.ประเวศ วะสี และนักธุรกิจ รวมถึงนักวิชากาาร ซึ่งต่างเรียกร้องตรงกันว่า นายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่ง
สำหรับการบิดเบือนข้อเท็จจริงโดยตำรวจที่ได้รับมอบหมาย ประกอบด้วย
๑.การบิดเบือนโดย พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเมื่อมีผลการชันสูตรของแพทย์ กรณีการเสียชีวิตของ นางสาวอังคณา ระดับปัญญาวุฒิ (น้องโบว์) ว่าไม่ได้เกิดจากแก็สน้ำตา แต่เกิดจากระเบิดร้ายแรงในระยะกระชั้นชิด พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง ก็พยายามโยนบาป ด้วยการพูดให้เข้าใจว่าผู้ตายหนีบระเบิดอยู่กับตัว ซึ่งเป็นการกล่าวหาที่เลวร้าย เนื่องจากเป็นการกล่าวหาต่อผู้หญิงที่เสียชีวิตไปแล้วไม่มีโอกาสแก้ตัว พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า กรณีใดที่ยังไม่ข้อสรุปที่ชัดเจน ตำรวจไม่ควรออกมาปรักรำคนเจ็บหรือคนตาย เพราะจะก่อให้เกิดความเสียหายโดยไม่เป็นธรรม
อีกทั้งการที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะพกพาระเบิดร้ายแรงไว้กับตัวเองย่อมไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา แม้กระทั่งในประเทศที่อยู่ในภาวะสงครามก็เกิดกรณีเช่นนี้น้อยมาก ตำรวจจึงควรระมัดระวังและต้องยุติการกล่าวหาอย่างไม่ชัดเจนในข้อมูลหลักฐานเช่นนี้
๒.การบิดเบือนของพล.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ออกมายืนยันว่า ตำรวจใช้เพียงแก๊สน้ำตา ที่ไม่สามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะและล้มตายได้ และพยายามโยนบาปให้ผู้ชุมนุมว่านำระเบิดมาเอง เช่นระเบิดปิงปอง เป็นต้น อีกทั้งยังพยายามนำภาพถ่ายต่างๆที่ไม่ได้ระบุแหล่งที่มาที่ชัดเจนมาแถลงข่าวครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้ประชาชนเข้าใจผิด
ส่วนการบิดเบือนโดยสื่อของรัฐ นั้น พบว่า มีทั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์และสถานีวิทยุกระจายเสียงของรัฐบาล ซึ่งอยู่ในเครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์ เสนอข่าวและเนื้อหาเท็จจริงของสถานการณ์การชุมนุมด้วยวิธีการบิดเบือน รวมทั้งสร้างกระแสปลุกระดมให้มีการเกลียดชังผู้ชุมนุม โดยไม่เคารพต่อหลักจรรยาวิชาชีพยิ่งเป็นการโหมกระแสความไม่พอใจของผู้คนในสังคม
จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น นอกเหนือจากการทำหนังสือถึงสถานทูต สถานกงสุลในประเทศไทยทั้งหมด รวมทั้งการดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษกับนายกรัฐมนตรีแล้ว พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าจำต้องดำเนินการเฉพาะหน้าเพิ่มเติมอีก ๔ แนวทาง คือ
๑.ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงของสถานการณ์ถึงสาขาพรรคทั่วประเทศ เพื่อให้สาขาพรรคได้ชี้แจงต่อสมาชิกพรรค ๓ ล้านคน และประชาชนทั่วไป ให้เข้าใจข้อเท็จจริงของสถานการณ์
๒.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ลงนามในหนังสือเพื่อยื่นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้สอบสวนข้อเท็จจริง ในการใช้กำลังสลายการชุมนุม โดยมอบหมายให้นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในวันเดียวกันนี้
๓.ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้แสดงความรับผิดชอบและสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดกรณีที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจากเหตุการณ์การใช้อาวุธสลายการชุมนุม
๔.หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำหนังสือถึงนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เพื่อแจ้งให้ทราบว่าไม่สามารถเข้าประชุมกันของประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี ประธานวุฒิสภา และผู้นำฝ่ายค้าน หรือการประชุม ๔ ฝ่าย ภายใต้สถานการณ์นี้ได้อีกต่อไป
ทั้งนี้การบิดเบือนข้อเท็จจริงของสถานการณ์ในขณะนี้กระทำโดย ๓ ฝ่าย กล่าวคือ
๑) โดยตัวนายกรัฐมนตรีเอง
๒)โดยตำรวจในกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่ได้รับมอบหมาย และ
๓ )โดยสื่อของรัฐบาล
สำหรับการบิดเบือนโดยตัวนายกรัฐมนตรี ได้กระทำใน ๓ ประเด็น คือ
๑) บิดเบือนข้อเท็จจริงว่า ก่อนเช้าวันที่ ๗ ตุลาคม กลุ่มผู้ชุมนุมจะยึดสภา จึงจำเป็นต้องเข้าสลาย การชุมนุมเปิดทางให้สมาชิกรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมรัฐสภาได้ ทั้งๆที่ในข้อเท็จจริงถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมประสงค์จะยึดก็สามารถบุกเข้ายึดได้ตั้งแต่คืนวันที่ ๖ ตุลาคมแล้ว
๒) บิดเบือนข้อเท็จจริงว่าการบาดเจ็บล้มตายที่เกิดขึ้น เป็นเพราะผู้ชุมนุมไม่ได้ชุมนุมโดยสงบและ สันติ แต่ใช้อาวุธต่อสู้กับตำรวจซึ่งเป็นเงื่อนไขนำไปสู่การตั้งข้อหากับกลุ่มผู้ชุมนุมรวมทั้ง เป็นการใส่ร้าย ว่าการบาดเจ็บล้มตายของผู้ชุมนุมเกิดจากอาวุธของฝ่ายผู้ชุมนุมเองทั้งที่ไม่มีรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจากระเบิดปิงปองของผู้ชุมนุมแต่อย่างใด
๓)บิดเบือนความจริงต่อต่างประเทศโดยการนำเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จให้กับสถานทูตไทยและกงสุลไทยในต่างประเทศว่ามีผู้บาดเจ็บเพียง ๖๘ ราย และ ไม่มีผู้เสียชีวิตซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้รับการปฏิเสธจากสถานทูตไทยหลายแห่งว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริงจนสถานทูตไทยในบางประเทศปฏิเสธที่จะนำข้อมูลอันเป็นเท็จดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อ
สำหรับการบิดเบือนข้อเท็จจริงโดยตำรวจที่ได้รับมอบหมาย ประกอบด้วย
๑.การบิดเบือนโดย พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเมื่อมีผลการชันสูตรของแพทย์ กรณีการเสียชีวิตของ นางสาวอังคณา ระดับปัญญาวุฒิ (น้องโบว์) ว่าไม่ได้เกิดจากแก็สน้ำตา แต่เกิดจากระเบิดร้ายแรงในระยะกระชั้นชิด พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง ก็พยายามโยนบาป ด้วยการพูดให้เข้าใจว่าผู้ตายหนีบระเบิดอยู่กับตัว ซึ่งเป็นการกล่าวหาที่เลวร้าย เนื่องจากเป็นการกล่าวหาต่อผู้หญิงที่เสียชีวิตไปแล้วไม่มีโอกาสแก้ตัว พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า กรณีใดที่ยังไม่ข้อสรุปที่ชัดเจน ตำรวจไม่ควรออกมาปรักรำคนเจ็บหรือคนตาย เพราะจะก่อให้เกิดความเสียหายโดยไม่เป็นธรรม
อีกทั้งการที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะพกพาระเบิดร้ายแรงไว้กับตัวเองย่อมไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา แม้กระทั่งในประเทศที่อยู่ในภาวะสงครามก็เกิดกรณีเช่นนี้น้อยมาก ตำรวจจึงควรระมัดระวังและต้องยุติการกล่าวหาอย่างไม่ชัดเจนในข้อมูลหลักฐานเช่นนี้
๒.การบิดเบือนของพล.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ออกมายืนยันว่า ตำรวจใช้เพียงแก๊สน้ำตา ที่ไม่สามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะและล้มตายได้ และพยายามโยนบาปให้ผู้ชุมนุมว่านำระเบิดมาเอง เช่นระเบิดปิงปอง เป็นต้น อีกทั้งยังพยายามนำภาพถ่ายต่างๆที่ไม่ได้ระบุแหล่งที่มาที่ชัดเจนมาแถลงข่าวครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้ประชาชนเข้าใจผิด
๑.ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงของสถานการณ์ถึงสาขาพรรคทั่วประเทศ เพื่อให้สาขาพรรคได้ชี้แจงต่อสมาชิกพรรค ๓ ล้านคน และประชาชนทั่วไป ให้เข้าใจข้อเท็จจริงของสถานการณ์
๒.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ลงนามในหนังสือเพื่อยื่นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้สอบสวนข้อเท็จจริง ในการใช้กำลังสลายการชุมนุม โดยมอบหมายให้นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในวันเดียวกันนี้
๓.ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้แสดงความรับผิดชอบและสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดกรณีที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจากเหตุการณ์การใช้อาวุธสลายการชุมนุม
๔.หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำหนังสือถึงนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เพื่อแจ้งให้ทราบว่าไม่สามารถเข้าประชุมกันของประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี ประธานวุฒิสภา และผู้นำฝ่ายค้าน หรือการประชุม ๔ ฝ่าย ภายใต้สถานการณ์นี้ได้อีกต่อไป
พรรคประชาธิปัตย์
๙ ตุลาคม ๒๕๕๑
| ถัดไป > |
|---|







