www.kraisak.net

 
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
รายการสุรนันท์วันนี้:โรฮิงยา

รายการสุรนันทน์วันนี้ กรณีโรฮิงยา

อีเมล พิมพ์ PDF
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 

ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ : แนะถกปัญหาโรฮิงยาบนเวทีอาเซียน

รายงานโดย :สุรนันทน์:
 วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
สุรนันทน์ : ปัญหาโรฮิงยามีมานานแล้ว ทำไมเพิ่งมาเกิดเรื่อง

 

ไกรศักดิ์ : มีอยู่ 3 ช่วงด้วยกัน ช่วงนี้ช่วงที่ 3 ที่มีกระบวนการของรัฐบาลพม่า พยายามจะขับไล่เขาออกจากประเทศไปเลย ทั้งๆ ที่เขาเป็นพลเมืองมาหลายร้อยปีแล้ว เป็นชาวพื้นเมืองที่นั่น อยู่ทางตะวันออกของรัฐอารากัน ที่เขาเรียกว่ายะไข่ คือ ชาวโรฮิงยาโดนขับไล่หลังจากปี 1978-1979 ครั้งหนึ่ง อีกครั้งราวๆ ปี 1992-1993

ครั้งที่ 2 โดนขับออกเป็นจำนวนล้านกว่าคน แล้วก็ผลักดันไปอยู่ที่บังกลาเทศ บังกลาเทศก็รับ ไม่ไหวประเทศก็แย่อยู่แล้ว ไปอยู่ตามค่ายลี้ภัย สหประชาชาติก็เจรจากับรัฐบาลพม่าขอให้เขากลับเข้ามาได้ไหมจะมีงบประมาณให้ ก็แห่กันกลับเข้ามาใหม่หลายแสนคน โดยที่มีงบประมาณจากสหประชาชาติในการสร้างบ้าน จัดที่ทำมาหากิน ในปี 1983 รัฐบาลพม่าเกิดอะไรขึ้นมาก็ไม่ทราบ ออกกฎหมายมาว่าชาวโรฮิงยาเป็นกลุ่มเดียวของชนกลุ่มน้อยทั้งหมดที่จะไม่ได้สิทธิอะไรเลย ไม่ได้ที่อยู่ ไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่ดิน ไม่ได้สิทธิที่จากออกจากบ้านตัวเอง สำคัญที่สุดคือไม่ให้มีลูก       

สุรนันทน์ : เรียกว่าตัดตอนเผ่าพันธุ์กันเลย       

ไกรศักดิ์ : ใกล้กับวิธีที่เราเรียกกันว่า การกระทำที่ไร้มนุษยชาติเลย ปัญหาของเขา ก็คือไม่รู้จะไปไหน เลยมีกระบวนการที่จัดสรร แรงงานอย่างเป็นระบบ เขาเรียกค้ามนุษย์ ซึ่งวิธีทำก็ต่างกันบางคนก็ได้ไปดี เข้าใจว่าในราว 5 แสนกว่าคน ได้ไปอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปเป็นคนงาน แล้วก็กระจายอยู่ซาอุดีอาระเบียบ้าง ที่อื่นบ้าง พวกนี้ก็มีที่ทำมาหากิน

แต่ที่เหลือยังเหลืออีกตั้ง 3.8 ล้านคน ก็ไม่มีที่ทำกินเท่าไหร่ ไม่มีวิถีชีวิตที่ดี ก็เลยโดนพวก ค้ามนุษย์ในระดับที่ต่ำหน่อย ก็จะส่งไปที่มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย แต่วิธีการส่ง ส่งโดยเรือใหญ่แล้วก็มาเรือเล็ก จ่ายน้อยก็เรือแย่หน่อย เรือที่นั่งได้ 10 คน ยัดมาเป็น 100 คน จะจมไม่จมแหล่ แล้วก็ต้องเลาะตามชายฝั่งมา พอเข้ามาในเขตไทยทหารไทยก็จับ ล่าสุดตั้งแต่ปี 2006 เกิดมีการขับไล่สูงขึ้นเรื่อยๆ

 

สุรนันทน์ : อย่างโรฮิงยาใครเป็นคนตีความ       

ไกรศักดิ์ : ต้องสหประชาชาติเป็นคนตีความ ทีนี้สหประชาชาติเองก็เกรงใจรัฐบาลไทย เพราะว่าเห็นว่ารัฐบาลไทยมีประวัติที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยมาตั้งแต่ปี 1975 ก็คือ 30 กว่าปีมาแล้ว เราก็เคยมีค่ายลี้ภัยเอาชาวเขมรเข้ามาอยู่ 4 แสนกว่าคน แล้วปัจจุบันนี้ก็มีอยู่ 7 ค่าย ของชาวพม่าในชาติพันธุ์ต่างๆ รวมทั้งโรฮิงยาด้วย ที่ จ.ตาก มีชาว โรฮิงยาหมื่นกว่าคน

สุรนันทน์ : เข้าเมืองผิดกฎหมายเราก็ต้องมีการดำเนินการ                            

ไกรศักดิ์ : ต้องทำอย่างนี้อยู่แล้ว แต่คราวนี้ ทีส่งไปแล้วอาจจะมีเรือแตก จมน้ำตาย ไปเจอที่เกาะในประเทศอินเดีย เขาบอกว่ามาจากการกระทำของเรา เพราะฉะนั้นเราอาจจะอยู่ในฐานะที่ค่อนข้างจะลำบากในช่วงนี้ แต่ครั้งล่าสุดเข้ามา 78 คน แล้วนายกรัฐมนตรีไทยก็สั่งทันทีเลยว่า อย่าให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก ให้คุณหมอพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ไปดูแผล ได้ข่าวว่าโดนเฆี่ยนก่อนออกมา อันนี้ก็เป็นหลักฐานว่าทางพม่าทารุณกับชาวโรฮิงยา เพราะว่าแผลยังสดๆ อยู่

สุรนันทน์ : มีคนบอกว่าที่เป็นข่าวช่วงนี้ เป็นเพราะอยากจะกระตุ้นให้พม่าทำอะไรหรือเปล่า       

ไกรศักดิ์ : คือก็เกี่ยวนะครับ ถ้ามีเรื่องอย่างนี้ไม่ว่าเป็นรัฐบาลไหนโดนอยู่แล้ว เพราะว่าพม่าอย่าลืมว่าเป็นประเทศที่ทั่วโลกเขาเพ่งเล็ง โดยเฉพาะซีกตะวันตก จำนวนเงินที่เขามีการบริจาคสำหรับองค์กรที่ทำเรื่องนี้เป็นร้อยๆ องค์กรที่เคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการพม่า ปัญหาก็คือว่าชน กลุ่มน้อยในพม่า ก็ไม่ค่อยถูกกับ โรฮิงยาด้วย

โรฮิงยาเขาก็มีองค์กรของเขาด้วย ปัญหาของโรฮิงยาเลยโดดเดี่ยวไปหมด โดดเดี่ยวจากผู้ที่ต่อต้านเผด็จการพม่า โดดเดี่ยวจากพม่า โดดเดี่ยวจากโลกด้วย ก็เลยเป็นข่าวใหญ่ขึ้นมา บังเอิญคุณอภิสิทธิ์ตอนเข้ามายังไม่ได้รับรายละเอียดว่า นโยบายของความมั่นคงเกี่ยวกับโรฮิงยาเป็นอย่างไร แล้วอยู่ดีๆ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ตอนนี้ตั้งหลักได้ก็เลยรีบเปลี่ยน คราวนี้จะแก้ปัญหาในระยะยาวอย่างไร

ท่าน กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ก็ทำ ถูกแล้วในการแถลงการณ์ของท่าน ท่านก็บอกว่าต้องมีการประชุมในระดับภูมิภาค ในระดับ สหประชาชาติ เพื่อที่จะไปดูต้นตอของปัญหา พูดจริงๆ ต้นตอของปัญหาก็คือรัฐบาลพม่า เพราะว่าพม่าเป็นสมาชิกของอาเซียนด้วย เรามีชายแดนติดต่อกันเยอะมาก แต่ว่าก็หนีไม่พ้นที่จะต้องใช้การบีบคั้นในเวทีสากล

สุรนันทน์ : บางทีต่างคนต่างมาพูด แล้วก็หายกันไป ชาวโรฮิงยาล้านคนถ้าเทียบก็น้อยมากสำหรับประชากรโลก              

ไกรศักดิ์ : แต่คราวนี้ปัญหาชัดเจนมาก มาทีปีที่แล้วเกือบ 5,000 คน ปีก่อน 3,000 กว่าคน นี่เห็นชัดเจนแล้วจะมาปฏิเสธก็ไม่ได้ เพราะว่าถ้าสหประชาชาติออกมาอีกองค์กรหนึ่ง ว่าด้วยข้าหลวงใหญ่ที่ดูแลผู้ลี้ภัย ถ้าออกมายืนยันอันนี้ แล้วก็ UNDP หน่วยอื่นๆ ออกมายืนยันบอกว่ามาจากพม่า แล้วเท่าที่ผ่านมาประเทศไทยก็ทำตามประเพณีของอาเซียนก็คือปกป้องพม่าตลอด จะเอาเรื่องนี้เข้าในซีเคียวริตี คัลเจอร์ คนไทยก็ไม่ยอม

สุรนันทน์ : เพราะฉะนั้นถ้าเราเอาเข้าอาเซียนรอบนี้ ก็ถือเป็นนโยบายต่างประเทศเหมือนกัน       

ไกรศักดิ์ : ผมคิดว่าถ้าเป็นภาระจริงๆ ถึงขนาดนี้แล้วเราไม่พูดก็ไม่ได้แล้ว อินโดนีเซียตอนนี้ทางกลุ่มมุสลิมเขาประกาศว่าถ้ารัฐบาลของเขาไม่รับผู้ลี้ภัยจากพม่า ซึ่งเป็นชาวมุสลิมด้วยกันเขาจะเปิดเกาะรับกันเอง เริ่มมีปฏิกิริยาเรื่องนี้ มาเลเซียก็ปล่อยให้เข้ามา

สุรนันทน์ : อาจารย์จะเสนอรัฐบาลอย่างไร สมมติเราเอาเข้าอาเซียน อาจารย์คิดว่าน่าจะมีข้อสรุปอย่างไร

ไกรศักดิ์ : น่าจะมีข้อสรุปว่าเรามีหลักฐานว่าชาวโรฮิงยา มีที่อยู่ ที่มา ที่ไป อยู่ตรงไหน แล้วประเทศนั้นก็ต้องรับผิดชอบ สองก็คือว่าถ้าเข้ามาแล้วกรณี 78 คนที่เหลืออยู่เราจะทำอะไรกับเขา เราจะผลักให้เขาออกไปรอให้แผลหายตกสะเก็ดแล้วก็ส่งกลับไป ให้เขาโดนซ้อมโดนเฆี่ยนกลับมาหรือ อันนี้เราโดนด่าอีกแน่นอน เพราะฉะนั้นผมเสนอว่า สิ่งที่ผมเสนอเป็นที่หวาดกลัวที่สุดของรัฐบาล ก็คือให้ที่พักชั่วคราว ไม่ใช่เป็นค่ายลี้ภัยเป็นที่พักชั่วคราวแล้วให้ใหญ่กว่าคุก ให้มีบ้านมีบริเวณ

สุรนันทน์ : สรุปแล้วอาจารย์คิดว่าอาเซียนซัมมิตคราวนี้ควรจะพูดเรื่องนี้เลย       

ไกรศักดิ์ : ควรจะพูดเรื่องนี้ แต่ผมพูดได้เพราะผมไม่ได้เป็นรัฐมนตรี