www.kraisak.net

 
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
รายการสุรนันท์วันนี้:โรฮิงยา

รายงาน คตน. บทที่ 2

อีเมล พิมพ์ PDF
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
Article Index
รายงาน คตน. บทที่ 2
หน้า #
ทุกหน้า
บทที่ ๒ กระบวนการกำหนดนโยบายปราบปราม ยาเสพติดและการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ
กรณีรับฟังเป็นที่ยุติและเข้าใจได้โดยทั่วไปว่ารัฐบาลในขณะนั้น ได้กำหนดห้วงระยะเวลาระหว่างวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ จนถึง ๓๐ เมษายน ๒๕๔๖ เป็นวาระแห่งชาติในการกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติด โดยกำหนดเรียกว่าการประกาศสงครามขั้นแตกหักเพื่อเอาชนะยาเสพติด โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ประกาศนโยบายดังกล่าวสู่สาธารณะและประชาชน โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดและจริงจัง ทั้งนี้จากการสรุปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการกำหนดนโยบายและการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้ความว่า
๒.๑ กระบวนการกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดเมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๔๖ คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบและเห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องดำเนินการแก้ไขให้ได้ผลอย่างจริงจัง ต่อเนื่องกว้างขวาง ทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปราบปรามและจับกุมผู้ผลิตและผู้ค้าต่อมาในวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๖ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้พูดทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย รายการทักษิณคุยกับประชาชนความตอนหนึ่งว่า “...เรื่องการปราบปรามยาเสพติดให้โทษ ผมได้เตรียมการปรับขบวนในการที่จะทำสงครามยาเสพติดอย่างรุนแรงเต็มที่ในปีนี้”หลังจากได้มีมติ ครม. และคำพูดทางวิทยุกระจายเสียงดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เชิญหัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับ การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งในส่วนกลาง ระดับภาค และจังหวัดเพื่อมอบหมายและชี้แจงนโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ณ หอประชุมสถาบันราชภัฏสวนดุสิต กรุงเทพมหานคร สาระสำคัญของการประชุมในวันนั้นมีดังนี้ 
๑. รัฐบาลถือว่า ยาเสพติดเป็นสิ่งที่ทำลายความมั่นคงของประเทศ
๒. ทุกฝ่ายจะต้องรวมพลังกันเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ดั่งความตอนหนึ่งว่า “ผมจะไม่อดทนอีกแล้วสำหรับผู้ที่มองเห็นเรื่องยาเสพติดเป็นเรื่องธรรมดาผมจะไม่อดทนต่อคนที่ทุจริตหรือเกี่ยวพันโดยตรงหรือทางอ้อมต่อการแพร่กระจายยาเสพติดไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นใคร”
๓. จะเน้นเรื่องการปราบปรามเป็นหลัก เน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยใช้ระบบ “Area Approach” การใช้ระบบ Area Approach ผู้ว่าราชการจังหวัดกับผู้บังคับการตำรวจภูธรต้องเป็น “ปาท่องโก๋” คือต้องคิดร่วมกัน ทำร่วมกันต้องรักสามัคคีกัน ต้องทำงานร่วมกันให้ได้ ถ้าทำงานด้วยกันไม่ได้ และขัดแย้งกันอีกงานจะไม่เสร็จ ในระดับจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเป็นหัวหน้า ต้องเป็นประธานใหญ่จัดการเรื่องยาเสพติดของจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เป็นรองประธานในระดับอำเภอ ก็ซอยย่อยในลักษณะเดียวกัน ต้อง X – Ray ทุกตารางนิ้ว สามเดือนต่อไปนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖ ถึงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๔๖ ต้องทำอย่างจริงจังครบสามเดือน จะประเมินผล ถ้าวันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด/ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนายอำเภอ /ผู้กำกับ ไม่ทราบว่าใครค้ายาเสพติด แสดงว่าหย่อนสมรรถภาพ
๔. สถานที่อบายมุข เป็นแหล่งแพร่กระจายยาเสพติด จะต้องถูกจัดการอย่างเด็ดขาด
๕. ให้เวลา ๒ สัปดาห์ในการเตรียมตัวทุกฝ่าย แม้กระทั่งคนค้ายาก็ต้องเตรียมตัวเลิก ถ้าไม่เลิกก็มีโอกาสถูกจัดการทุกรูปแบบหมดทั้งตัวทั้งชีวิตตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖ จะจัดการหมดทุกพื้นที่ ไม่ให้มีเหลือ ขอให้ทำเต็มที่ถ้าล้มเหลว ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด/ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดไปทั้งคู่
๖. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจงคิดอยู่ตลอดเวลา ตัวผู้ว่าราชการจังหวัดคือเจ้าภาพใหญ่ที่ต้องสั่งการ ติดตาม ประเมินผล ให้ข้อแนะนำ ประชุม ปรับยุทธศาสตร์ขออย่าให้มีขอบเขต อาณาเขตต่อกันเลย อย่าได้มีกำแพงขวางกั้นระหว่างส่วนราชการในจังหวัด
๗. ในสามเดือนต่อไปนี้ ไม่มีวันหยุด หยุดพักได้ แต่ความรับผิดชอบยังอยู่ขอให้มีสติวางแผน วางยุทธศาสตร์ ทำงานอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่องและเด็ดขาด
วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๔๖ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้ประกาศความมุ่งมั่นและนโยบายอีกครั้งในพิธีประกาศสงครามขั้นแตกหักเพื่อเอาชนะยาเสพติด ณ ลานพระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร ความตอนหนึ่งว่า “...ผมขอประกาศตัวเป็นแม่ทัพใหญ่ในการทำสงครามขั้นแตกหักกับยาเสพติด และให้ ถือเป็น“วาระแห่งชาติ” ที่ ชาวไทยทุกคนต้องผนึกกำลังร่วมรบชนิด “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน”เพื่อปราบปรามยาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกฝ่ายต้องปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวดกวดขันและจริงจัง”
จากมติ ครม. และการมอบหมายและชี้แจงนโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการกำหนดนโยบายประกาศสงครามขั้นแตกหักเพื่อเอาชนะยาเสพติด