www.kraisak.net

 
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
The News

ไกรศักดิ์แจง ทักษิณฟ้องหมิ่นประมาท

อีเมล พิมพ์ PDF
ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ, วสันต์ พานิช รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง หลังทักษิณส่งทนายแจ้งความหมิ่นประมาท ยันพูดตามข้อเท็จจริงจากรายงาน คตน. ระบุชัดฆ่าตัดตอนเข้าข่ายเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

วันนี้ (4 ส.ค.) เวลา 10.30 น.  นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และนายวสันต์ พานิช ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 พร้อมด้วยคณะประกอบด้วย นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการยุติธรรม และ นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ  ได้มาพบพนักงานสอบสวน ประกอบด้วย พ.ต.ท.สมชัย หัสกุล พงส.(สบ.3)  และ ร.ต.ท.สุรพล ใจห้าว พงส.(สบ.1) สน.นางเลิ้ง  เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ในคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  ได้มอบอำนาจให้นายวาสุเทพ  ศรีโสดา ร้องทุกข์ดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท สืบเนื่องจากการพูดบนเวทีพันมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 เกี่ยวกับการฆ่าตัดตอนในสงครามยาเสพติด ว่า ไม่เคยมีประวัติศาสตร์ยุคไหน ที่มีการฆ่ามากมายเท่ากับยุครัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และในช่วงไม่กี่เดือนที่ประกาศสงครามดังกล่าว มีคนตายทั่วประเทศ รวมทั้งภาคใต้ มีคนตายกว่า 2,800 ศพ และกว่า 800 คดี ไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และผลการสอบสวนของคณะกรรมการที่มี นายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุดเป็นประธาน สามารถสรุปได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณฯ อาจเป็น อาชญากรต่อมนุษยชาติ ต้องขึ้นศาลอาชญากร ทั้งในประเทศและต่างประเทศ               

นอกจากนี้นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ และนายวสันต์ พานิช ยังยืนยันว่ากรณีที่เป็นการพูดตามข้อกล่าวหานั้น เป็นการพูดจากการรวบรวม ศึกษา ค้นคว้า ทั้งจากการรับเรื่องร้องเรียน ซึ่งกรณีทั้งหมดปรากฏตามรายงานการทำงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ ศึกษา และวิเคราะห์การกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดให้โทษและการนำนโยบายไปปฏิบัติจนเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินของประชาชน (คตน.) และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  ซึ่งเหตุดังกล่าวที่ปรากฎว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากนั้น ยังไม่เคยปรากฎมาก่อน  มีความเชื่อและความเชื่อมโยงจากนโยบายของรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยเฉพาะรายงานของคตน.นั้น  หลังจากสอบสวนแล้วพบว่า การสังหารโหดผู้คนจำนวนมากในสงครามยาเสพติดนั้น อาจเข้าข่ายเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยกล่าวในโอกาสมอบหมายและชี้แจงนโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ณ หอประชุมสถาบันราชภัฎสวนดุสิต ในวันที่ 14 มกราคม 2546 เวลา 15.00 น. เช่น                

“จังหวัดเชียงราย เป็นอีกจังหวัดที่เอาจริง ในการปราบปรามและบำบัด ใช้ป้อมตำรวจบำบัดบ้าง มีการยึดทรัพย์ บางทีถูกยิงตายแล้วต้องถูกยึดทรัพย์ด้วย ผมคิดว่าเราต้องเหี้ยมพอกัน”               

“การทำงานหนักของท่านสามเดือน ถ้าจะมีผู้ค้าตายบ้างก็เป็นเรื่องปกติ”               

“สำหรับผู้ค้า ท่านต้องใช้ Iron Fist หรือกำปั้นเหล็ก ใช้ความเด็ดขาด ชนิดไม่ต้องปรานี”                

 แม้กระทั่งคนค้ายาเสพติดได้ยินแล้วต้องเตรียมตัว จะเลิกหรือไม่เลิก ถ้าไม่เลิกก็มีโอกาสถูกจัดการทุกรูปแบบ หมดทั้งตัว ทั้งชีวิตได้ ทั้งนี้  นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร   ในการให้นโยบายกับผู้รับผิดชอบ               

 นอกจากนั้นยังมีคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย  ศตส.มท./ว78 เรื่องแนวทางการดำเนินงานต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2546 โดยนายเสริมศักดิ์  พงษ์พานิช  ปลัดกระทรวงมหาดไทย รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดกระทรวงมหาดไทย ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด โดยกำหนดเป้าหมายในการลดยอดจำนวนผู้ค้า / ผู้ผลิต จะลดยอดได้ 3 กรณี คือ ถูกจับกุม  วิสามัญ หรือเสียชีวิต (สิ้นอายุขัยด้วยเหตุต่างๆ)  และหนังสือของนายอำเภอบ้านแพ้ว ที่ สค 0318.31/ว.683  ส่งถึงประชาชนซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้ไปรายงานตัว มิเช่นนั้นจะไม่รับรองความปลอดภัยในทุกกรณี  ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการการกระทำที่เกิดจากการดำเนินการตามนโยบาย เห็นได้ว่ามีความสอดคล้องเชื่อมโยงกับคำกล่าวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในการมอบนโยบายเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2546               

ทั้งจนถึงปัจจุบันนี้ แม้จะมีผู้เสียชีวิตถึง 2,800 คน แต่ก็ยังไม่ปรากฎว่า มีการสืบสวนสอบสวน รวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิด หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม  ทั้งประเด็นนี้ เป็นประเด็นที่ต่างประเทศให้ความสนใจและติดตามเรื่องนี้โดยตลอด โดยเฉพาะองค์การสหประชาชาติ ได้ตั้งคำถามต่อรัฐบาลไทย 26 คำถาม เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ซึ่ง 1 ในคำถามนั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับการฆ่าตัดตอน และกรณีตากใบด้วย แต่ปรากฎว่ารัฐบาลไทยยังไม่สามารถชี้แจงให้เกิดความกระจ่าง แก่สหประชาชาติแต่อย่างใด  ประกอบกับขณะนี้ ในส่วนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ดำเนินการส่งต่อเรื่องให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการต่อไป  แต่ยังไม่ปรากฎความคืบหน้า ซึ่งจะได้มีการติดตาม ตรวจสอบอย่างกระชั้นชิดต่อไป               

ดังนั้นการกล่าวหรือการหยิบยกเรื่องดังกล่าวมาพูดในเวทีสาธารณะ จึงไม่เป็นการกล่าวหา หรือหมิ่นประมาทแต่อย่างใด แต่เป็นการหยิบยกข้อเท็จจริง จากการดำเนินงาน ให้สาธารณชนได้รับทราบและร่วมกันติดตามเพื่อผลประโยชน์ของชาติ นอกจากนี้ นายไกรศักดิ์ ยังได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมจากรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้มอบหมายให้ทนายมาฟ้องร้องในครั้งนี้ว่า  เป็นเรื่องน่าประหลาดใจ เพราะกรณีการแสดงความคิดเห็นเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีฆ่าตัดตอน และกรณีความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ตนได้แสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทักษิณมาโดยตลอดในบทบาทสมาชิกวุฒิสภา ทั้งในสภาและในกรรมาธิการการต่างประเทศวุฒิสภาในขณะนั้น อีกทั้งการแจ้งความหมิ่นประมาทดังกล่าวได้ดำเนินการในวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปต่างประเทศ ท่ามกลางข่าวลือว่าจะไม่เดินทางกลับมาอีกแล้ว หรืออาจจะขอลี้ภัยทางการเมือง จึงมีข้อสังเกตว่า การฟ้องร้องตนในครั้งนี้อาจเป็นการฟ้องเพื่อที่จะเอาไปอ้างกับต่างประเทศว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชน การฆ่าตัดตอนก็ดี หรือกรณีตากใบที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นนโยบายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น พ.ต.ท.ทักษิณได้ดำเนินคดีกับบุคคลที่กล่าวหาแล้ว เพื่อฟอกความผิดพลาดของตน  เพราะหาก พ.ต.ท.ทักษิณ มีการขอลี้ภัยจริง ซึ่งสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กังวลใจ ก็คือการกระทำความผิดในนโยบายฆ่าตัดตอน ตากใบ และกรือเซะ ซึ่งเป็นคดีที่กระทำความผิดต่อมนุษยชาติ และอาจจะตกเป็นผู้ต้องหาของศาลอาญาระหว่างประเทศ  และกำลังถูกตรวจสอบจากสหประชาชาติและนานาประเทศในขณะนี้มากกว่าคดีทุจริตคอร์รัปชั่น        นายไกรศักดิ์ กล่าว

แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 08 สิงหาคม พ.ศ. 2008 เวลา 23:i น. )  

พบประชาชน

vote4art.jpg

พบปะเยี่ยมเยือน

5.jpg

ดูงานในพื้นที่