เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ยื่นหนังสือเรียกร้องนายกฯ สั่งไม่ยื่นอุทธรณ์คดีศาลปกครองระยองสั่งให้มาบตาพุดและบ้านฉาง เป็นเขตควบคุมมลพิษ โดยกลุ่มเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก นำโดยนายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เข้ายื่นหนังสือถึงนายกฯ ผ่านนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขอให้รัฐบาลไม่พิจารณาอุทธรณ์คดีที่ศาลปกครองระยองสั่งให้มาบตาพุดและบ้านฉาง เป็นเขตควบคุมมลพิษ...
นายสุทธิ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรอุทธรณ์คดีดังกล่าว เพราะระหว่างการพิจารณาคดีได้มีการไต่สวนและพิสูจน์แจ้งแล้ว ศาลจึงมีคำพิพากษาประกาศให้เป็นเขตควบคุมมลพิษ รัฐบาลควรแก้ปัญหาภายใต้คำสั่งของศาล และดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐ ขณะนี้ทางสภาอุตสาหกรรมได้มีการให้ข่าวบิดเบือนขาดข้อมูลหลักฐาน และขอให้มีการตั้งคณะกรรมการศึกษา โดยมีการอ้างว่า หากมีการประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ จะทำให้ การลงทุนหยุดชะงัก รัฐต้องสูญเสียรายได้ 5 แสนล้านบาท เสียภาพลักษณ์ของจังหวัด ซึ่งคำพูดดังกล่าวส่งผลต่อการตัดสินใจของรัฐบาลที่จะให้มีการอุทธรณ์คดี
"ตรงนี้จะเป็นบทพิสูจน์ ว่ารัฐบาลภายใต้การปกครองของประชาธิปัตย์จะเลือกใช้หลักธรรมมาธิบาล หลักกฎหมาย และผลการศึกษามาเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจ เพื่อประโยชน์ของประเทศ หรือจะใช้อำนาจของนายทุน ที่ต้องการเอาแต่ผลกำไรเท่านั้น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลตัดสินใจไม่อุทธรณ์คดีดังกล่าว"
นายไกรศักดิ์ กล่าวว่า จากการศึกษาพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีสถิติของผู้ป่วยเป็นมะเร็งของประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากมลพิษในอุตสาหกรรมมาบตาพุด หากรัฐบาลจะยื่นอุทธรณ์จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าอุตสาหกรรมไม่มีมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ซึ่งตนจะนำเรื่องนี้ส่งให้นายกฯต่อไป
ด้านนายสาธิต กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพของคนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษ ถูกละเลยมาโดยตลอด จนกระทั่งเครือข่ายประชาชนได้มีการฟ้องร้องในที่สุดศาลจึงมีคำสั่งให้เป็นเขตควบคุมมลพิษ ตนจึงขอเรียกร้องให้นายกฯและรัฐมนตรีว่ากรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยอมรับคำตัดสินของศาลโดยไม่ดำเนินการยื่นอุทธรณ์คดี พร้อมกันนี้ให้รัฐบาลดำเนินการตามคำสั่งของศาลอย่างเคร่งครัด และขอให้มีการทบทวนการทำงานของการนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งถือว่าล้มเหลว
ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2552
