เว็บไซต์แนวหน้า (6 ต.ค.51)
นายไกรศักดิ์ ชุนหะวัณ ส.ส.สัดส่วน กล่าวถึงกรณีศาลยกคำร้องการเพิกถอนการออกหมายจับนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ 1 ใน9 แกนนำพันธมิตรที่ถูกออกหมายจับข้อหากบฎตามที่ทีมทนายความของกลุ่มพันธมิตรร้องขอว่า ยิ่งจะเป็นการทำให้สถานการณ์ตึงเครียดเพิ่มมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการออกหมายจับด้วยข้อหากบฏเป็นข้อหาที่รุนแรง ไม่เหมาะสมกับเหตุ และอยู่ในช่วงที่รัฐบาลได้มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดังนั้นจะไม่เป็นผลดีต่อนโยบายสร้างความสมานฉันท์ของรัฐบาล ซึ่งจะทำให้การเจรจาระหว่างรัฐกับพันธมิตรล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
“ผมอยากให้รัฐบาลแสดงท่าทีชัดเจนว่าจะเอาอย่างไร ไม่ใช่เจรจาไปทุบไป หรือใช้กลยุทธ์ในการจับเพื่อเป็นเครื่องมือในการเจรจา แต่ความจริงต้องการให้กลุ่มผู้ประท้วงอ่อนแอลง แต่เชื่อว่าการจับพล.ต.จำลอง ศรีเมือง ไม่สามารถทำให้การชุมนุมอ่อนแอลงได้ แต่ยิ่งทำให้สถานการณ์ปะทุอีกครั้ง หลังจากสถานการณ์อยู่ในช่วงสงบ เพราะขณะนี้มีผู้เข้ามาร่วมชุมนุมเพิ่มขึ้นและคนจากต่างจังหวัดก็ทยอยเข้ามาสมทบด้วย จะเห็นได้ว่าการจับพล.ต.จำลองจะนำสู่ความรุนแรง ตัวอย่างเช่นเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เมื่อ 16 ปีที่แล้ว การจับพล.ต.จำลองก็นำสู่ความรุนแรงทันที” นายไกรศักดิ์ กล่าวนายไกรศักดิ์ กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯ ยืนยันเดินหน้าเจรจากับพันธมิตรต่อว่า ก็ขอให้พล.อ.ชวลิต เดินหน้าเจรจาต่อไปให้ประสบความสำเร็จ เชื่อว่ามีทางเดียวเท่านั้นคือ “คุณพระช่วย” เพราะการเจรจาขณะนี้ได้จบลงแล้ว
นายไกรศักดิ์ กล่าวถึงการถอนพาสปอร์ตแดงของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า จะถอนหรือไม่ถอนไม่ใช่เรื่องสำคัญ แม้จะถือพาสปอร์ตแดงก็ยังถูกค้นกระเป๋าได้อยู่ดี แต่คนที่ถือว่าไว้ต้องการถือเป็นเกียรติศักดิ์ศรีเท่านั้น ซึ่งประเด็นที่น่าเป็นห่วงขณะนี้คือกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ได้ยื่นขอลี้ภัยทางการเมืองต่อกระทรวงมหาดไทย ประเทศอังกฤษ โดยเชื่อว่าประเด็นที่พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างคือการรัฐประหาร และมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบด้วยความไม่เป็นธรรม รวมถึงกระบวนการยุติธรรมของไทย และที่น่าห่วงที่สุดคือเกรงว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้กรณีเรื่องโทษประหารชีวิตมาเป็นข้ออ้างในการลี้ภัยในครั้งนี้
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การอ้างถึงกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยอาจจะไม่เป็นประโยชน์กับพ.ต.ท.ทักษิณ มากนัก เนื่องจากได้เคยเข้ามาปรากฎตัวและต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมไทย โดยมีการตั้งทีมทนายขึ้นมาต่อสู้ทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว จึงสะท้อนให้เห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ยอมรับในกระบวนการยุติธรรมของประเทศระดับหนึ่ง แต่ทั้งหมดขึ้นกับการใช้วิจารณญาณของกระบวนการยุติธรรมในอังกฤษ ว่าจะตัดสินใจอย่างไร แต่ทั้งหมดขึ้นกับจุดยืนของประเทศไทยว่าจะดำเนินการอย่างไรกับเรื่องนี้ โดยมีทางเดียวที่สามารถทำได้คือศาลมอบให้อัยการสูงสุดให้ดำเนินการส่งหนังสือออกหมายจับพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ออกหมายจับถึง 4 ครั้งไปยังประเทศอังกฤษโดยเร็ว เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขในการต่อสู้ และนำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดี โดยใช้ความร่วมมือการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไทยและอังกฤษ ซึ่งไทยได้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังอังกฤษทุกปี ปีละ 5-10 คน ซึ่งเชื่อว่าประเทศไทยและอังกฤษมีความสัมพันธ์ทีดีต่อกัน และจะเห็นได้ว่าทุกคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจของไทยส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปอย่างง่ายดายมาก ดังนั้นไทยควรใช้ช่องทางนี้ในการดำเนินคดีด้วย--จบ--







