ที่มา หนังสือพิมพ์มติชน หน้า1
"ไกรศักดิ์"เผยมาเลเซียอ้าแขนรับชาวเลไปอยู่ด้วย จี้รัฐแก้ไขด่วน กระทุ้ง มท.ออกบัตรประชาชน ระบุบางชุมชนถูกจำกัดให้อยู่เหมือนสัตว์อนุรักษ์ รมว.วัฒนธรรมรับลูกตั้งศูนย์วัฒนธรรมชาวเล เผยเตรียมเจาะงานอนุรักษ์วิถีชนกลุ่มน้อยเมื่อวันที่ 1 มกราคม นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลควรเร่งแก้ปัญหาของชนชาวเล ซึ่งประกอบด้วยมอแกนและ อูรักลาโว้ยในท้องทะเลอันดามันกว่า 1 หมื่นคน ที่กำลังประสบความยากลำบากเข้าขั้นวิกฤต เพราะไม่สามารถดำเนินชีวิตตามวิถีดั้งเดิมได้เนื่องจากถูกรุกรานอย่างหนัก นอกจากไม่สามารถจับปลาได้แล้วยังถูกฟ้องร้องขับไล่ไม่ให้อาศัยอยู่ตามเกาะต่างๆ เพราะคนเหล่านี้อยู่กันมานาน ดังนั้นจึงควรเร่งหาวิธีการให้ชาวเลอยู่กันอย่างมีศักดิ์ศรีและถูกต้องตามกฎหมาย
นายไกรศักดิ์กล่าวว่า ตนกำลังประสานไปยังนายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เนื่องจากขณะนี้มีชาวเลถูกจับเพราะไปจับกุ้งจับเคยในพื้นที่ที่ทำกินมานาน แต่พื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศเป็นเขตอุทยานในภายหลัง จริงๆ แล้วอุทยานควรอนุญาตให้คนเหล่านี้ได้ทำมาหากินต่อไป ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมเองก็ต้องเข้าไปปกป้องเพื่อให้วิถีวัฒนธรรมของชาวเลคงอยู่ต่อไป ขณะที่กระทรวงมหาดไทยก็ควรเข้าไปดูแลให้ชาวเลได้บัตรประชาชนเหมือนคนทั่วไป
"จริงๆ แล้วเรื่องนี้แก้ไขไม่ยากเลย ถ้าเราตั้งใจจริง ที่ยากกว่านั้นคือเรื่องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มว่าไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น หลายพื้นที่กีดกันคนท้องถิ่นไม่ให้ทำมาหากิน เรื่องนี้ผมเจอมากับตัวเอง ชาวบ้านที่สตูลเอาเรือไปจอดหาปลาหน้ารีสอร์ทแห่งหนึ่ง กลับถูกเจ้าของไล่เหมือนหมูเหมือนหมา ที่เกาะอาดัง-หลีเปะชาวเลก็ถูกคุกคามอย่างหนัก ชาวเลบางพื้นที่ถูกจำกัดให้อยู่แต่ในหมู่บ้านเหมือนสัตว์อนุรักษ์" นายไกรศักดิ์กล่าว
ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯกล่าวว่า รัฐบาลควรแก้ไขปัญหาชาวเลให้เป็นตัวอย่างของการปกป้องคนกลุ่มน้อย ขณะที่การท่องเที่ยวเองควรให้เกียรติและยึดเอาชนท้องถิ่นเป็นตัวตั้ง ตนทราบมาว่าขณะนี้ทางการมาเลเซียได้ติดต่อมายังชุมชนชาวเลว่ายินดีต้อนรับ หากคนเหล่านี้ไม่มีที่ไป หรือต้องการย้ายไปอยู่มาเลเซีย
ด้านนายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า เห็นด้วยที่ควรอนุรักษ์วิถีชีวิตของชนชาวเลเอาไว้ เพียงแต่ใช้กลไกลอย่างไรเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องมาร่วมกันคิด แต่เพื่อความยั่งยืนต้องให้คนในท้องถิ่นเป็นผู้ระดมสมองในลักษณะการทำประชาคมเพื่อให้เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในวัฒนธรรมและประเพณีของตัวเอง ขณะเดียวกันองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในระดับต่างๆ ซึ่งมีงบประมาณอยู่แล้วก็ต้องช่วยกันสนับสนุน
นายธีระกล่าวว่า นโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมนั้น จะมีการตั้งศูนย์วัฒนธรรมประจำชุมชนต่างๆ อยู่แล้ว ดั้งนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมของชาวเลขึ้นมา โดยมีการทำงานเป็น 3 เส้า คือ ชาวเล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกระทรวงวัฒนธรรม โดยกระทรวงเพียงแต่มีหน้าที่เป็นตัวกลางคอยประสานให้
"ผมตั้งใจว่าจะลงไปเจาะในกลุ่มชนต่างๆ เหล่านี้อยู่แล้ว เพราะอยากให้เขารักษาวิถีชีวิตและชาติพันธุ์ของตัวเองเอาไว้ และควรเผยแพร่ให้สังคมไทยได้เห็นความงดงามอันหลากหลายนี้ ผมเห็นด้วยกับคุณกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่บอกว่าชาวเลไม่ควรเป็นสมุนรับใช้การท่องเที่ยว ผมคิดว่าการท่องเที่ยวต้องไปเป็นลูกสมุนชาวเลมากกว่า" นายธีระกล่าว และว่า การแก้ปัญหาสำคัญของชาวเลคือเรื่องที่ดิน ซึ่งรัฐบาลชุดนี้มีนโยบายออกโฉนดชุมชนให้สำหรับคนที่อยู่มาก่อน ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยที่เจ้าหน้าที่รัฐไปไล่จับคนเหล่านี้ เพราะเข้าไปทำมาหากินในทะเล แต่ถูกประกาศเป็นเขตอุทยานในภายหลัง
หน้า 1--จบ--
ที่มา: http://www.matichon.co.th/matichon วันที่ 2 ม.ค.2552








